ที่ตั้งและอาณาเขต

ที่ตั้งและอาณาเขต

1. สภาพทั่วไป

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป โดยแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย

การจัดตั้ง

ในปี พ.ศ. 2537 นาย สุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเสรีธรรม ได้เสนอให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้น โดยกำหนดจะแยกพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล และอำเภอบุ่งคล้า ออกจากจังหวัดหนองคาย รวมเป็นท้องที่ทั้งหมด 4,305 ตารางกิโลเมตรและมีประชากรประมาณ 390,000 คน อย่างไรก็ดี กระทรวงมหาดไทย แจ้งผลการพิจารณาว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็นจังหวัดเพราะการจัดตั้งจังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐ ซึ่งจะขัดกับมติคณะรัฐมนตรี  พ.ศ. 2547และ พ.ศ.2549 นายสงกรานต์  คำพิไสย์  ว่าที่ ร.ต. พงษ์พันธ์  สุนทรชัย  นายเอกธนัช  อินทร์รอด  นายประสิทธิ์ จันทาทอง   นายเทวฤทธิ์  นิกรเทศ  และ  นายนิพนธ์  คนขยัน  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย  พรรคไทยรักไทย  พร้อมด้วย ส.ส. พรรคไทยรักไทย จำนวน  20  คน  ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติจังหวัดบึงกาฬ  พ.ศ……. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบของหัวหน้าพรรค  แต่เนื่องจากเป็น พ.ร.บ.  ที่เกี่ยวกับการเงิน  ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี  ระหว่างรอดำเนินการมีการยุบสภา  ร่าง พ.ร.บ.จึงตกไป  พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทย ได้นำเรื่องการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อยก “ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. …” ผลการสำรวจความเห็นของประชาชนจังหวัดบึงกาฬในคราวเดียวกัน ปรากฏว่า ร้อยละ 98.83 เห็นด้วยกับการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ  ต่อมา วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬโดยให้เหตุผลว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องอำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน  จังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามแม่น้ำโขง จึงมีผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน  จังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดอำนาจเจริญที่เคยตั้งขึ้นใหม่ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน,จังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ไม่ให้บริการสาธารณะซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบุคลากรจำนวน 439 อัตรา สามารถกระจายกันในส่วนราชการได้ ไม่มีผลกระทบมากนัก  ต่อมารัฐสภาได้มีมติเห็นชอบ “ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. …” เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  ได้นำร่าง พ.ร.บ. ทูลเกล้าฯเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 นำประกาศเป็น “พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554″ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ มีว่า”…เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดที่มีท้องที่ติดชายแดน และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก และใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากเกินควร ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในท้องที่ สมควรแยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้” นอกจากมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ให้จัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ โดยมีองค์ประกอบเป็นอำเภอทั้งแปดข้างต้นแล้ว มาตรา 4 ยังให้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอบึงกาฬ” เป็น “อำเภอเมืองบึงกาฬ” ด้วย


1.1  อาณาเขต

จังหวัดบึงกาฬมีพื้นที่ 4,305 ตารางกิโลเมตร มีระยะทางห่างจาก กรุงเทพฯ 751 กิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวพรมแดน

ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวพรมแดน  และจังหวัดนครพนม

ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสกลนคร

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ  สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นแนวพรมแดน  และจังหวัดหนองคาย

1.2  การปกครอง หน่วยการปกครอง การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 53 ตำบล 615 หมู่บ้าน
1. อำเภอเมืองบึงกาฬ2. อำเภอเซกา

3. อำเภอโซ่พิสัย

4. อำเภอบุ่งคล้า

5. อำเภอบึงโขงหลง

6. อำเภอปากคาด

7. อำเภอพรเจริญ

8. อำเภอศรีวิไล


1.3  การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย

1.3.1  องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง

1.3.2  องค์การบริหารส่วนตำบล 44 แห่ง

1.3.3  เทศบาล 15 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลตำบล 15 แห่ง


1.4  ประชากร

รวมทั้งสิ้น 403,542 คน ความหนาแน่นต่อตารางกิโลเมตร 94 คน/ตารางกิโลเมตร  จำนวนครัวเรือน 103,159 หลังคาเรือน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: